หลายครัวเรือนอาจจะประสบปัญหาค่าไฟที่สูง เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อนทำให้เวลาอยู่บ้านทั้งวันแต่ละครั้งนั้นเราก็จะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ากันมากมาย จนค่าไฟของเรานั้นสูง และยิ่งในช่วงนี้ที่หลาย ๆ คนจะต้อง Work from home หรือเรียนออนไลน์กันทำให้ใช้ไฟที่มากขึ้นกว่าปกติ และพบกับค่าไฟที่สูงขึ้นมาก ๆ 7 วิธีช่วยประหยัดไฟเมื่อต้องอยู่บ้าน นั้นเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราทำกิจกรรมได้ปกติ แต่จะช่วยทำให้ค่าไฟของเราไม่สูงเท่าปกติ

7 วิธีช่วยประหยัดไฟเมื่อต้องอยู่บ้าน

1. ใช้แสงธรรมชาติในตอนเช้า

แสงสว่างเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนเรา ทั้งการทำงาน หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ในบ้านซึ่งจะต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ แต่จะให้เราเปิดไฟทั้งวันก็คงจะทำให้ค่าไฟของเราบานปลายได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ต้องทำงานที่บ้านควรเปิดม่านและเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้แสงสว่าง และลมธรรมชาติผ่านเข้ามาในบ้าน ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการประหยัดพลังงานในช่วงที่มี การ Work from home ที่สำคัญการระบายให้อากาศถ่ายเทยังจะช่วยลดความเสี่ยงของ COVID-19 ได้อีกด้วย สำหรับใครที่ต้องทำกิจกรรมที่บ้านนั้นควรที่จะให้ตัวบ้านมีแสงสว่างที่เพียงพอไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป เพื่อความสะดวกในการทำกิจกรรมด้วย

ใช้แสงธรรมชาติในตอนเช้า

2. เลือกใช้หลอด LED ที่ประหยัดพลังงาน

สำหรับในช่วงที่ไม่แสงสว่างตามธรรมชาติ แต่ยังต้องทำงาน หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ในบ้านนั้น แนะนำว่าการใช้หลอดไฟ LED เป็นตัวเลือกที่ดีในการประหยัดค่าไฟ เพราะหลายคนคงรู้จะว่าหลอดไฟแบบไส้ หรือหลอดแบบฟลูออเรสเซนต์นั้นกินไฟมากกว่าหลอด LED หากเทียบจากจำนวนหลอดที่เท่ากัน ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้หลอด LED จะสามารถให้ความสว่างได้มากกว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน และที่สำคัญยังประหยัดค่าไฟไปได้เยอะเลยด้วย ซึ่งเราควรจะเลือกอุณภูมิของไฟให้เข้ากับกิจกรรมของเราด้วยเพื่อความสบายของดวงตา และเสียงไฟที่เพียงพอจะได้ไม่ต้องใช้หลายหลอด

เลือกใช้หลอด LED ที่ประหยัดพลังงาน

3. ตั้ง Sleep Mode ในโน้ตบุ๊คเสมอ

หลายคนที่ได้ทำงานแบบ Work from home นั้นโดยส่วนมากอาจจะใช้คอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊กของเราในการทำงานซึ่งการที่ต้องเปิดเครื่องตลอดเวลานั้นทำให้กินไฟได้ ดังนั้นในเวลาพัก หรือเมื่อเราไม่ได้ใช้หน้าจอแนะนำว่า ให้ตั้ง Sleep Mode เอาไว้เสมอ เพราะเมื่อไม่ได้ใช้หน้าจอก็จะปิดอัตโนมัติ และควรปรับแสงของจอไม่ให้สว่างมากเกินไป ช่วยลดค่าไฟ แถมยังไม่เสียสายตามากด้วย ดังนั้นใครที่ทำงานหรือเรียนออนไลน์นั้นควรนำวิธีนี้ไปลองใช้ดู อย่างน้อยก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกหนึ่งทาง

ตั้ง Sleep Mode ในโน้ตบุ๊คเสมอ

4. ปิดอุปกรณ์ไร้สายเมื่อไม่ได้ใช้งาน

ในยุคเทคโนโลยีแบบนี้หลาย ๆ คนอาจจะมีอุปกรณ์ไร้สาย เพื่อความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น แถมยังไม่เกะกะรกตาอีกด้วย แต่ไม่ใช่ว่าการใช้อุปกรณ์ไร้สายจะไม่เปลืองไฟ ถ้าเราใช้ไม่ถูกวิธี เช่น ลำโพงไร้สาย เมื่อเลิกใช้แล้วควรปิดทันที ไม่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไร้สายต่างๆ แม้ว่าจะไม่มีการเชื่อมต่อแต่ก็ยังคงมีการทำงาน และใช้กระแสไฟฟ้าในการหล่อเลี้ยงระบบ ดังนั้นอุปกรณ์ไหนที่ไม่จำเป็น ก็ควรปิดเครื่องและถอดปลั๊กทันที เพื่อช่วยประหยัดไฟฟ้า ดังนั้นเหล่าอุปกรณ์ไร้สายเมื่อเราใช้เสร็จแล้วควรปิดทันที และเมื่ออุปกรณ์ไหนที่ชาร์จแบตเต็มแล้วก็ควรจะถอดทันทีเช่นเดียวกัน เพื่อช่วยลดค่าไฟและรักษาประสิทธิภาพการใช้งานของอุปกรณ์นั้น ๆ

ปิดอุปกรณ์ไร้สายเมื่อไม่ได้ใช้งาน

5. ใช้ตู้เย็นอย่างถูกวิธี

ใครที่ต้องทำกิจกรรมอยู่บ้านนั้น ส่วนมากก็คงจะใช้เวลาพักเที่ยงที่บ้าน หรือทานอาหารที่บ้านเช่นเดียวกัน และคงจะต้องได้ใช้งานตู้เย็นบ่อย สำหรับวิธีการใช้งานตู้เย็นให้มีประสิทธิภาพและประหยัดไฟ นั้นคือ ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 ซม. เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรตั้งอยู่ใกล้แหล่งความร้อน เพราะความร้อนทำให้ตู้เย็นทำงานหนักมากขึ้นทำให้ตู้เย็นกินไฟ และลดประสิทธิภาพการทำงานของตู้เย็นได้ อีกทั้งอย่าเปิดตู้เย็นบ่อย เพราะตู้เย็นต้องทำงานเพิ่มมากขึ้น ในการรักษาความเย็นทำให้กินไฟมากขึ้น ละลายน้ำแข็งสม่ำเสมอ และควรจัดระเบียบตู้เย็นทุกครั้ง เพราะยิ่งมีของแน่นตู้เย็น จะยิ่งทำให้ความเย็นไหลเวียนไม่สะดวกซึ่งเป็นสาเหตุของการที่ตู้เย็นกินไฟเพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานจของตู้เย็นลดลง ดังนั้นใครที่ทำงานที่บ้านควรตั้งเวลาในการเปิดปิดตู้เย็นของตัวเอง เพื่อจะได้ช่วยประหยัดไฟมากขึ้น

ใช้ตู้เย็นอย่างถูกวิธี

6. เลี่ยงการใช้ความร้อนขณะเปิดแอร์

สิ่งที่ไม่อยู่ขั้วตรงข้ามกันอย่างความร้อนและความเย็นไม่ควรมาอยู่ใกล้กัน เช่นเดียวกันในขณะที่เราเปิดแอร์ในห้องอยู่นั้น ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เช่น กระติกน้ำร้อน เตารีด เตาปิ้งย่างไฟฟ้า เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ความร้อนในห้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากขึ้น และในทางตรงกันข้าม ถ้าเครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น อุณภูมิในห้องเย็นขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สร้างความร้อน ก็จะต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการสร้างความร้อนเช่นกัน ทำให้เปลืองไฟมากขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้นควรเลือกทำอย่างดอย่างหนึ่งก่อน อาจจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยเปิดแอร์ หรือนำเหล่าเครื่องใช้ไฟฟ้าไปใช้นอกห้องก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น

เลี่ยงการใช้ความร้อนขณะเปิดแอร์

7. ถอดปลั๊กไฟเมื่อใช้งานเสร็จ

วิธีสุดท้ายที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปนั่นก็คือ การถอดปลั๊กไฟ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยเราประหยัดค่าไฟ และทำให้บ้านของเราปลอดภัยขึ้น เพราะหลายคนอาจคิดว่าแค่ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลังใช้งานก็เพียงพอแล้ว แต่ความเป็นจริง แม้ว่าเราจะปิดสวิตช์หลังใช้งานไปแล้ว แต่ก็ยังมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนเพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ดังนั้นเราควรปิดสวิตช์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน เพื่อลดการใช้ไฟในบ้านที่ทำให้ค่าไฟของเราขึ้น และยังช่วยป้องกันความปลอดภัยจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้านได้ด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กนั้นยิ่งควรถอดปลั๊กไฟตลอด และหลีกเลี่ยงการให้เด็กเล็กอยู่ใกล้ปลั๊กไฟ

ถอดปลั๊กไฟเมื่อใช้งานเสร็จ

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การทำงานที่บ้าน หรือการเรียนออนไลน์นั้นอาจจะอยู่กับเราไปอีกนาน ซึ่งการอยู่บ้านก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียโดยเฉพาะข้อเสียที่ไม่น่าพอใจเลยนั่นก็คือ ค่าไฟที่เพิ่มขึ้น 7 วิธีช่วยประหยัดไฟเมื่อต้องอยู่บ้าน นั้นจะช่วยแก้ปัญหาค่าไฟที่สูงลิบลิ่วของเราให้ลดลงมา แถมยังช่วยถนอมเครื่องใช้ไฟฟ้าของเราอีกด้วย

ทั้งนี้ การที่เราอยู่บ้านมากขึ้นก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายได้ จึงต้องหากิจกรรมสนุก ๆ หรือกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ มาทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น โดยอาจจะลองหันมาจัดบ้านใหม่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตามสไตล์ที่เราชื่นชอบ เพื่อเพิ่มความน่าอยู่ของบ้านมากขึ้นนั่นเอง อย่าง แต่งบ้านให้เหมือนคาเฟ่ ในวันที่ต้อง stay home ก็จะทำให้บ้านของเรามีความรู้สึกคล้ายคาเฟ่ โดยไม่ต้องออกไปข้างนอกบ้าน แถมยังได้ภาพสวย ๆ ถ่ายลงโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย

นอกจากการตกแต่งบ้านใหม่แล้ว ยังมีอีกกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายให้กับตัวเองได้ด้วยการปลูกต้นไม้ จัดสวนหน้าบ้าน เพื่อเพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวาให้กับบ้านของเรานั่นเอง แต่ก็ควรที่จะเลือกต้นไม้หรือดอกไม้ที่เหมาะสมกับบ้านและฤดูกาลด้วย โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนก็สามารถเลือก 4 ดอกไม้ชอบออกดอกหน้าฝน ที่ควรนำมาปลูกประดับบ้าน ก็จะทำให้บริเวณบ้านมีความสวยงาม สีสันสดสวยจากดอกไม้นานพันธุ์เหล่านั้น